EBIT หมายถึงกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี คือกำไรจากการดำเนินงานของคุณ ได้แก่ รายได้ ลบต้นทุนขาย ลบค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ลบ depreciation และ amortization EBIT แสดงให้เห็นว่าธุรกิจเองสร้างรายได้เท่าไหร่ ก่อนที่ธนาคารและกรมสรรพากรจะเอาส่วนแบ่งไป มันเท่ากับ EBITDA ลบด้วย depreciation และ amortization
EBIT ตอบคำถามที่แคบและเจาะจง นั่นคือธุรกิจทำเงินได้จากสิ่งที่มันทำจริงหรือไม่ มันตัดดอกเบี้ยออกไป ทำให้บริษัทที่มีเงินกู้ก้อนใหญ่กับบริษัทที่ไม่มีหนี้เลยเปรียบเทียบกันได้บนฐานเดียวกัน มันตัดภาษีออกไปด้วย เพราะภาษีขึ้นอยู่กับประเทศและรูปแบบนิติบุคคลที่คุณเลือก
ตัวอย่างการคำนวณ รายได้ 900,000 ยูโร และ COGS 360,000 ยูโร ดังนั้นกำไรขั้นต้นคือ 540,000 ยูโร ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 420,000 ยูโร และ depreciation 45,000 ยูโร EBIT คือ 540,000 ลบ 420,000 ลบ 45,000 เท่ากับ 75,000 ยูโร นั่นคืออัตรากำไร EBIT ที่ 8.3 เปอร์เซ็นต์ หากบริษัทจ่ายดอกเบี้ย 15,000 ยูโรและภาษี 25 เปอร์เซ็นต์ต่อไป กำไรสุทธิจะเหลือ 45,000 ยูโร
จุดที่ผู้ก่อตั้งมักผิดพลาดคือการมอง EBIT กับ EBITDA เป็นสิ่งเดียวกันที่ใช้แทนกันได้ ช่องว่างระหว่างทั้งสองคือ depreciation และ amortization ในธุรกิจที่ใช้เครื่องจักรมาก ช่องว่างนี้อาจมากกว่าหนึ่งในสามของกำไรจากการดำเนินงาน ดังตัวอย่างข้างต้นที่ depreciation 45,000 ยูโรเปลี่ยน EBITDA 120,000 ยูโรให้กลายเป็น EBIT 75,000 ยูโร หากคุณบอก EBITDA กับธนาคารแต่บอก EBIT กับซัพพลายเออร์ คุณกำลังอธิบายภาพสองภาพที่ต่างกันของปีเดียวกัน
ความผิดพลาดที่สองคือการซ่อนต้นทุนพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวไว้ใน EBIT ข้อพิพาททางกฎหมายหรือการย้ายสถานที่อาจทำให้ EBIT ลดลงเฉพาะปีเดียว ให้แสดงตัวเลขตามความเป็นจริง แล้วเพิ่มบรรทัดอธิบายผลกระทบที่เกิดขึ้นครั้งเดียวนั้น ผู้อ่านยอมรับการปรับปรุงตัวเลขที่มีการระบุชัดเจน แต่ไม่ไว้ใจตัวเลขที่แอบละไว้เงียบๆ
